[x] ปิดหน้าต่างนี้
© 2008 www.pbc.ac.th

  

หมวดหมู่ : สาระสุขภาพ-อารมณ์/สุขภาพจิต
เรื่อง : โดปามีน - สารเคมีในสมอง

11 ก.ค. 2551 : 09:44


โดปามีน (dopamine)


โดปามีน (dopamine)เป็นสารเคมีในสมองที่จัดอยู่ในกลุ่มแคทีโคลามีน สร้างมาจากกรดอะมิโนชนิดไทโรซีน โดยอาศัยการทำงานของเอนไซม์ไทโรซีนไฮดร็อกซิเลส ในสมองมีปริมาณโดปามีนประมาณร้อยละ 80 ของสารกลุ่มแคทีโคลามีนที่ถูกสร้างขึ้นทั้งหมด นอกจากนี้ยังหลั่งมาจากสมองส่วนไฮโปธาลามัส ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้งการหลั่งโปรแลคตินจากกลีบส่วนหน้าของต่อมพิทูอิตารี

image

นักวิทยาศาสตร์ชาวสวีเดน Arvid Carlsson เป็นผู้ค้นพบสารโดปามีนเมื่อช่วงทศวรรษ 1950 และยังพบว่าการให้สารตั้งต้นของโดปามีน คือ L-dopa สามารถรักษาอาการของโรคพาร์กินสันได้ ทำให้ท่านได้รับรางวัลโนเบลในปี ค.ศ. 2000

imageเมื่อร่างกายหลั่งสารโดปามีนออกมาจะส่งผลต่ออารมณ์ของบุคคลมีความตื่นตัว กระฉับกระเฉง มีสมาธิมากขึ้น ไวต่อสิ่งกระตุ้นต่างๆ รอบตัว ระดับโดปามีนในสมองสูงขึ้นจากอาหารจำพวกโปรตีนสูง ร่างกายสร้างสารโดปามีนขึ้นมาจากกรดอะมิโนชนิดที่มีชื่อว่าไทโรซีน โดยร่างกายได้จากอาหารประเภทโปรตีนสูง (มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ) เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ ถั่วเหลือง อาหารทะเล ไข่ และนม จะช่วยให้สมองมีพลัง กระฉับกระเฉง และตื่นตัว

ผลต่อสมอง

  1. เมื่อโดปามีนถูกปลดปล่อยจากเซลล์ประสาทโดปามีนแล้ว จะมีผลต่อสมองส่วนต่างๆ ในหลายเส้นทาง ได้แก่ ไนโกรสไตรตาล มีโซลิมบิค มีโซคอร์ติคอล และทูเบอโรอินฟันดิบิวลาร์
  2. โดปามีนออกฤทธิ์ผ่านตัวรับโดปามีนที่เป็นโปรตีนซึ่งอยู่บนเยื่อหุ้มเซลล์ ตัวรับโดปามีนทุกชนิดจัดอยู่ในกลุ่มตัวรับที่จับอยู่กับโปรตีนจี
  3. เป็นสารที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์พึงพอใจ ความปิติยินดี ความรักใคร่ชอบพอ จากการศึกษาทดลองในหนู พบว่าเมื่อทำให้หนูเกิดความพึงพอใจ ระดับของโดปามีนจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับ สารเคมีของสมองที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับอารมณ์ของบุคคลที่สำคัญ 3 ตัว คือ โดปามีน นอร์อิปิเนฟริน และซีโรโทนิน
  4. เมื่อโดปามีนถูกหลั่งออกมาจากสมอง จะทำให้เกิดความสุข เรียกว่า reward circuit หากถูกกระตุ้นด้วยพฤติกรรมซ้ำๆ ก็จะหลั่งโดปามีนออกมาตามปกติ แต่หากไม่ถูกกระตุ้นหรือทำกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่กิจกรรมเดิม สารโดปามีนก็จะหยุดทำงาน ทำให้รู้สึกหงุดหงิด โมโหหรือเซื่องซึมได้
image

ตัวรับโดปามีน

  1. โดปามีนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนอร์อิปิเนฟริน และอิปิเนฟริน โดยที่โดปามีนจะมีปฏิกิริยากับตัวรับต่างๆ หลายชนิด ซึ่งทำให้เกิดผลแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตัวรับโดปามีนชนิดต่างๆ ได้แก่ D1, D2, D3, D4, D5
  2. imageในยุคแรกๆ ได้แบ่งตัวรับโดปามีนออกเป็น 2 กลุ่มหลัก โดยใช้ความสามารถในการกระตุ้น หรือยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะดินิลซัยเคลส เป็นเกณฑ์ในการจัดกลุ่ม ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็นกลุ่มตัวรับโดปามีน 1 และกลุ่มตัวรับโดปามีน 2 ต่อมามีการศึกษาเพิ่มเติม จึงพบว่ากลุ่มตัวรับโดปามีน 1 ได้แก่ D1 และ D5 ซึ่งสามารถกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์อะดินิลซัยเคลส ทำให้ผลิตซัยคลิกเอเอ็มพีเพิ่มมากขึ้น ตัวรับโดปามีน D1 พบได้ที่สมองส่วน dorsal striatum (คอร์เดต-พูตาเมน), นิวเคลียสแอคคูเบนส์ olfactory tubercle ซีรีบรัลคอร์เท็กซ์ และอะมิกดาลา ส่วนตัวรับโดปามีน D5 พบได้ที่สมองส่วนฮิปโปแคมปัส lateral mammillary nucleus และ parafascicular nucleus ในสมองส่วนธาลามัส
  3. กลุ่มตัวรับโดปามีน 2 ได้แก่ D2, D3, D4 ซึ่งเมื่อถูกกระตุ้นจะให้ผลยับยั้งการทำงานของเอนไซม์อะดินิลซัยเคลส ตัวรับโดปามีน D2 พบได้ที่สมองส่วน dorsal striatum, olfactory tubercle, nucleus accubens, substantia nigra pars compacta และ ventral tegmental area นอกจากนี้ตัวรับโดปามีน 2 ยังพบได้ในอวัยวะอื่นๆ ได้แก่ ดวงตาชั้นเรตินา ไตระบบไหลเวียนเลือด และต่อมพิทูอิตารี ตัวรับโดปามีน D3 พบได้ที่สมองส่วน islands of Calleja, ฮัยโปธาลามัส ธาลามัส และซีรีเบลลัม และตัวรับโดปามีน D4 พบได้ที่สมองส่วนฟรอนทัลคอร์เท็กซ์ อะมิกดาลา olfactory bulb ฮิปโปแคมปัส ฮัยโปธาลามัส และมีเซนเศฟาลอน
  4. ตัวรับโดปามีนชนิด D3 เกี่ยวข้องกับกลไกการติดสารเสพติด
image

การทำลาย

โดปามีนที่ถูกปลดปล่อยออกมาที่ไซแนปติกเคล็ฟท์ แล้ว จะถูกทำลายได้ 3 วิธี

  1. ดูดกลับเข้าเซลล์โดยโปรตีนชนิดโดปามีนทรานสปอตเตอร์
  2. ถูกเอนไซม์ทำลาย
  3. เกิดการเคลื่อนย้ายโดยวิธีแพร่
image

โรคพาร์กินสัน

ถ้าโดปามีนน้อยเกินไป จะทำให้เกิดเป็นโรคพาร์กินสัน เซลล์สมองที่มีโดปามีนมักจะอยู่ที่บริเวณของสมองส่วน basal ganglia ในส่วนที่เรียกว่า substantia nigra ผู้ป่วยโรคพาร์กินสันจะพบว่ามีการตายของเซลล์สมองที่มีโดปามีน จึงทำให้สมองขาดสารโดปามีน

โรคพาร์กินสันเกิดจากการเสื่อม และตายไปของเซลล์สมองที่สร้างสารโดปามีน จนไม่สามารถสร้างสารโดปามีนได้เพียงพอ สารโดปามีนนี้มีความสำคัญต่อการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย การตายของเซลล์กลุ่มนี้เกิดขึ้นได้เป็นปกติในผู้สูงอายุ แต่ในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน พบว่ามีเซลล์ตายมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งหมด

image

ยาเสพติด

  1. สารโดปามีนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยพบว่าโดปามีนเกี่ยวข้องกับกลไกหลายอย่างในสมอง เช่น กระตุ้นสมองรับรู้ความพึงพอใจ สารเสพติดที่กระตุ้นโดปามีน ได้แก่ โคเคน ฝิ่น เฮโรอิน รวมทั้งแอลกอฮอล์ และนิโคตินในบุหรี่ด้วย
  2. การใช้ยาเสพติดจะมีผลต่อสมอง 2 ส่วน คือ สมองส่วนนอกที่เป็นส่วนคิด และสมองส่วนที่อยู่ชั้นใน ซึ่งเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับอารมณ์ และความอยาก
  3. สมองส่วนคิดทำหน้าที่ควบคุมสติปัญญา ใช้ความคิดแบบมีเหตุผล ขณะที่สมองส่วนความอยาก เป็นศูนย์ควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก ยาเสพติดจะกระตุ้นปลายประสาทในสมองให้หลั่งสารโดปามีน ซึ่งเป็นสารเคมีชนิดหนึ่งออกมาเป็นปริมาณมาก สารนี้ทำให้เกิดความรู้สึกสบาย สมองจึงมีการปรับตัวด้วยการลดการหลั่งสารเคมีนั้นลง เมื่อหมดฤทธิ์ยาเสพติด จึงเสมือนว่าร่างกายมีอาการขาดสารโดปามีนทำให้มีอาการหงุดหงิด หรือซึมเศร้า ส่งผลให้ผู้เสพยาพยายามแสวงหายามาใช้ซ้ำ
  4. ในขณะเดียวกันเมื่อใช้ยาเสพติดบ่อยๆ จะทำให้สมองส่วนคิดถูกทำลาย การใช้ความคิดที่เป็นเหตุเป็นผลจะเสียไป ผู้ที่ใช้ยาเสพติดจึงมักแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม มีอารมณ์ก้าวร้าว หงุดหงิด ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จึงทำให้มีการใช้ยาเสพติดบ่อยขึ้น
  5. ผลสุดท้ายจะเกิดความสูญเสียอย่างรุนแรงในด้านต่างๆ ของชีวิต ผู้เสพไม่สามารถควบคุมตนเองได้ด้วยสติปัญญา หรือความคิด และทำให้มีอาการทางจิต และสามารถเป็นโรคจิตเต็มขั้นได้ในที่สุด
image

ยารักษาโรคจิต

  1. สาเหตุการเกิดโรคจิต เกิดจากการมีสารโดปามีนในสมองมากเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลีบสมองส่วนฟรอนทัล ซึ่งสมองส่วนนี้ทำหน้าที่เกี่ยวกับอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด การเรียนรู้ ความจำ ความฉลาด ความคิดอย่างมีเหตุผล โดปามีนเกี่ยวข้องกับสมาธิ ความรู้สึกตื่นตัว ผู้ป่วยโรคจิตเภทจะมีระดับโดปามีนในสมองมากกว่าคนปกติ ส่วนอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน เช่น เนื้อสัตว์ต่างๆ นม ไข่ ถั่วเหลือง การรับประทานอาหารที่มีโปรตีนประมาณ 60-80 กรัม จะช่วยให้ตื่นตัวและมีพลังมากด้วย
  2. ยาที่ใช้รักษาโรคจิตเภทหลายชนิดออกฤทธิ์ต้านสารโดปามีน ปัจจุบันมีมากกว่า 30 ขนาน ช่วยให้คนไข้มีอาการดีขึ้นมาก
  3. ผลข้างเคียงที่สำคัญ ได้แก่ อาการง่วงเหงาหาวนอน บางรายมีอาการมือไม้สั่น ตัวแข็งๆ คล้ายหุ่นยนต์ เคลื่อนไหวได้ช้า บางคนอาจมีอาการเกร็งที่คอ
  4. อาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น แก้ไขได้ด้วยยาที่ออกฤทธิ์ต้าน โดยที่ไม่ต้องหยุดยา
  5. อาการอื่นๆ ได้แก่ ปากคอแห้ง กินน้ำมาก กินอาหารมาก น้ำหนักเพิ่ม ท้องผูก

ที่มา : ศูนย์การเรียนรู้สุขศึกษาและพฤติกรรมสุขภาพ



เข้าชม : 29877


5 เรื่องล่าสุดใน หมวด สาระสุขภาพ-อารมณ์/สุขภาพจิต

      โรคกลัวอ้วน (Anorexia Nervosa) 11 ก.ค. 2551 : 09:44
      ภาวะนอนไม่หลับ 11 ก.ค. 2551 : 09:44
      โรคซึมเศร้า 11 ก.ค. 2551 : 09:44
      โรคย้ำคิดย้ำทำ 11 ก.ค. 2551 : 09:44
      โดปามีน - สารเคมีในสมอง 11 ก.ค. 2551 : 09:44


ความคิดเห็นที่ 1
พฤหัสบดี ที่ 7 เดือน มกราคม พ.ศ.2553 เวลา 18:45:21
ขอบคุณมากค่ะ

โดย : kie_alonely@hotmail.com    ไอพี : 124.157.200.199

ความคิดเห็นที่ 2
อาทิตย์ ที่ 31 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2554 เวลา 18:55:03
เป็นประโยชน์อย่างมากเลย

ช่วงนี้คนมือสั่นเยอะมากเลย
โดย : eing_9nt@hotmail.com    ไอพี : 223.207.146.153

ความคิดเห็นที่ 3
จันทร์ ที่ 16 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2555 เวลา 19:07:32
มีประโยชน์มากๆค่ะ ละเอียดกว่า wiki อีก
เอาไปตอบคำถามอาจารย์ในวิชา physio ได้เลย ><
โดย : iqzaquezzs    ไอพี : 125.25.203.59

ความคิดเห็นที่ 4
พุธ ที่ 8 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2555 เวลา 16:37:16
ละเอียดดีครับ ผมเคยมีอาการทางจิต เพราะสารตัวนี้มากเกิน
ใครอยากทราบว่า คนบ้าคิดอะไรอยู่ ถามผมได้ ยินดีตอบเป็นวิทยาทาน ถามมาตามเมลล์นะครับ
โดย : xyz_file@hotmail.com    ไอพี : 110.49.18.168

ความคิดเห็นที่ 5
อังคาร ที่ 25 เดือน กันยายน พ.ศ.2555 เวลา 12:39:56
ได้ความรู้มากเลย
โดย : เอ็ม    ไอพี : 182.93.198.232

ความคิดเห็นที่ 6
พฤหัสบดี ที่ 18 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2555 เวลา 09:12:19
//-สรุป อาหารโปรตีนสูง
-ความคิดสร้างสรร
-อารมณ์ชิวๆ
-เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ
จะรักษา ความสดชื่น ตื่นตัว เบิกบาน ได้นะ
ไม่ต้องพึ่งพา ยาเสพติด อิๆ
โดย : puling222@gmail.com    ไอพี : 110.49.241.189

ความคิดเห็นที่ 7
พฤหัสบดี ที่ 18 เดือน ตุลาคม พ.ศ.2555 เวลา 10:57:33
มีประโยชน์มากค่ะ
โดย : phakaipannee@thaimail.com    ไอพี : 58.11.22.185

ความคิดเห็นที่ 8
จันทร์ ที่ 28 เดือน มกราคม พ.ศ.2556 เวลา 15:55:41
มีประโยชน์มาก ๆ
โดย : Tunya11@hotmail.com    ไอพี : 118.172.204.5



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ wutthichaic(at)vachiraphuket.go.th เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป



สถิติ | ผู้ดูแลระบบ