[x] ปิดหน้าต่างนี้
© 2007-2015 Vachira Phuket Hospital
header
Drop Down Menu

หากผู้รับบริการไม่ได้รับความสะดวกในการใช้บริการ หรือมีข้อเสนอแนะ สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน โทรศัพท์ 076-361234 ต่อ 1412


  

::ข่าวประชาสัมพันธ์



เรื่อง : จิตแพทย์ ห่วงคนไทยที่มีอาการ “ขาดมือถือไมได้” ก้มดูจอนาน สายตา – หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็ว



ลงประกาศเมื่อ : วันพุธ ที่ 2 เดือน กันยายน พ.ศ.2558


จิตแพทย์ ห่วงคนไทยที่มีอาการ “ขาดมือถือไมได้” ก้มดูจอนาน สายตา – หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็ว


businessinsider.com

       จิตแพทย์ ห่วงคนไทยที่มีอาการ “โนโมโฟเบีย” ขาดมือถือไม่ได้ ก้มดูจอนาน เสี่ยงเกิดปัญหาสุขภาพ ทั้งนิ้วล็อค สายตาเสื่อม หมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพเร็ว ทำให้เกิดแขนชา มือไม่มีแรง เดินโคลงเคลง และอ้วน แนะวิธีป้องกัน ต้องสร้างวินัยในการใช้มือถือ ใช้เท่าที่จำเป็น ทำกิจกรรมอื่นทดแทน
แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ว่า โลกยุคดิจิตอลขณะนี้  ประชาชนใช้โทรศัพท์มือถือในชีวิตประจำวัน จนก่อให้เกิดอาการใหม่ทางสุขภาพจิตที่เรียกว่า “โนโมโฟเบีย (nomophobia)” มาจากคำว่า โนโมบายโฟนโฟเบีย (no mobile phone phobia) หรืออาการขาดมือถือไม่ได้ จัดอยู่ในกลุ่มอาการวิตกกังวล พบทั่วโลก เช่นเดียวกับผู้ที่มีมือถือแต่ใช้การไม่ได้จากอยู่ในที่ไม่มีสัญญาณ หรือแบตเตอรี่หมด จะรู้สึกหงุดหงิด กระวนกระวาย บางรายหากเป็นมาก อาจเครียด ตัวสั่น เหงื่อออก คลื่นไส้ได้

 

       แพทย์หญิงพรรณพิมลกล่าวว่า  ข้อสังเกตของผู้ที่มีอาการ โนโมโฟเบีย มีดังนี้ มักพกโทรศัพท์มือถือติดตัวตลอดเวลา จะรู้สึกกังวลใจหากมือถือไม่ได้อยู่กับตัว หมกมุ่นอยู่กับการเช็คข้อความ/ ข้อมูลในมือถือตลอดเวลา และดูโทรศัพท์บ่อยๆ แม้ไม่มีเรื่องด่วน  เมื่อได้ยินเสียงเตือนเข้ามาจะวางงานเพื่อเช็คข้อความในมือถือทันที  เล่นมือถือก่อนนอน หลังตื่นนอน หรือขณะที่ทำกิจกรรมประจำวัน เช่น ทานอาหาร เข้าห้องน้ำ ขับรถหรือนั่งรถ ไม่เคยปิดมือถือ  ใช้เวลาพูดคุยกับเพื่อนในโลกออนไลน์มากกว่าคุยกับเพื่อนที่อยู่ตรงหน้า ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวอาจส่งผลกระทบการทำงาน การเรียน การใช้ชีวิตประจำวัน  ทำให้เกิดอาการข้างเคียงหลายอย่าง เช่น นิ้วล็อค สายตาเสื่อมเร็ว  กล้ามเนื้อที่คอ บ่า ไหล่เกร็งและปวดเมื่อย จากการก้มหน้าเพ่งจอเป็นเวลานาน  และทำให้หมอนรองกระดูกที่คอเสื่อมก่อนวัยอันควร  อาจทำให้เส้นประสาทสันหลังที่บริเวณส่วนคอ ถูกกดทับ เกิดอาการชาที่แขน มือไม่มีแรง หรือเดินโคลงเคลงเหมือนจะล้ม  อาจเกิดโรคอ้วนได้ง่ายจากการนั่งอยู่กับที่นานๆ


      ในการการป้องกันโรคนี้  ต้องสร้างวินัยในการใช้มือถือ  ควรใช้เท่าที่จำเป็น  ทำกิจกรรมอื่นทดแทน เช่น อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย  ถ้ารู้สึกเหงาให้หาเพื่อนคุยแทนการสนทนาผ่านทางหน้าจอโทรศัพท์   ตั้งกฎว่าจะไม่แตะต้องมือถือภายในเวลาที่กำหนดเช่น 30 นาที 1 ชั่วโมง แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาห่างมือถือให้มากขึ้น หรือ กำหนดให้ห้องนอนเป็นเขตปลอดมือถือ  ทั้งนี้ ผลสำรวจทั่วโลกพบว่า คนที่เกิดอาการโนโมโฟเบีย ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นมากกว่าวัยทำงาน เป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากวัยรุ่นเป็นวัยที่มีเพื่อนมาก ชอบเล่นเกม ชอบเที่ยว ชอบทำกิจกรรมมากมาย จึงส่งข้อมูลผ่านมือถือถึงกันบ่อยๆ  สำหรับประเทศไทย ผลสำรวจของสมาคมโฆษณาดิจิทัลปี 2557 พบมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือ 94.3 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ถึง 5.4 ล้านเครื่อง   

                                                                    ********************** 30 สิงหาคม 2558

แหล่งข่าวโดย » สำนักสารนิเทศ



อ่าน : 1049




10 ข่าวในหมวดหมู่เดียวกัน

จิตแพทย์ ห่วงคนไทยที่มีอาการ “ขาดมือถือไมได้” ก้มดูจอนาน สายตา – หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็ว (02-09-2015)
กรมการแพทย์เตือนเบาหวานเรื้อรัง ทำหลอดเลือดหัวใจเสื่อม (07-08-2015)
สธ.เตรียมประกาศผลสำเร็จระดับโลก “ยุติการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก” (07-08-2015)
สธ. จัดสัมมนาระดับประเทศ เรื่อง “การพัฒนาคุณภาพบริการการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์” (04-08-2015)
อย. ออกกฎเข้ม ลดปัญหาการใช้ยาแก้แพ้ แก้ไอ ในทางที่ไม่เหมาะสม (04-08-2015)
กรมสุขภาพจิต แนะ เทคนิคให้ลูกอยากไปโรงเรียนรับเปิดเทอม (19-05-2015)